อสังหาฯ ขยับฐานรุกให้เช่า หนีที่ดินแพง-เศรษฐกิจซบ

119

อสังหาฯ ปรับกลยุทธ์หนีที่ดินแพง เศรษฐกิจติดหล่ม มุ่งขยายฐานธุรกิจเพื่อเช่า ค่ายพร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค เตรียมเปิดโรงแรมย่านสุขุมวิทอนันดา ลุยธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ 4 ดาว ย่านพระราม 9 เล็งทำอาคารสำนักงาน สัมมากร ชี้ธุรกิจเช่าช่วยรักษายอดรายได้

ราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องย่านใจกลางเมือง ส่งผลให้ผู้ประกอบที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ จึงจำเป็นต้องพัฒนาแต่โครงการระดับลักชัวรีหรือซูเปอร์ลักชัวรีที่มีราคาขายมากกว่า 2 แสนบาทต่อตารางเมตร ล่าสุดมีข่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล ได้ยื่นประมูลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษในราคา 2.2 ล้านบาทต่อตารางวา หากพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยก็น่าจะมีราคาขายที่กว่า 5 แสนบาทต่อตารางเมตร ในขณะที่รายได้ของคนในประเทศโตไม่ทันราคาที่ดิน

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประมูลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษของกลุ่มเซ็นทรัลด้วยราคา 2.2 ล้านบาทต่อตารางวา เปรียบเสมือนการสร้างมาตรฐานราคาที่ดินในย่านดังกล่าว หากใครจะซื้อ-ขายก็ต้องมีราคาที่สูงกว่า ดังนั้นเมื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยก็ต้องมีราคาขายสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ที่ดินที่มีศักยภาพหายากขึ้น กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อก็มีจำนวนจำกัด จากปัจจัยต่างๆเหล่านี้ อาจทำให้ในอนาคตการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายลดจำนวนลง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องวางแผนหารายได้จากธุรกิจอื่นเสริม เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของบริษัท และสร้างการรับรู้ด้านรายได้ที่สม่ำเสมอ ด้วยการรุกธุรกิจเช่า

ในปี 2560 บริษัท แกรนด์แอสเสท โฮเทลล์แอนด์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือจะเปิดดำเนินการโรงแรมไอแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ ที่สุขุมวิท ช่วงปลายปีนี้ จะเสริมรายได้จากกลุ่มเช่าให้เพิ่มสูงขึ้น

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2560 บริษัทมีแผนขยายธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ โดยเริ่มต้นที่ธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ระดับ 4 ดาว ขนาด 38,276 ตารางเมตร จำนวน 450 ห้อง อยู่บนถนนรัชดาภิเษก ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 ระยะ 100 เมตร เยื้องสถานทูตจีน คาดว่าจะเปิดบริการและรับรู้รายได้ในปี 2563 สำหรับมูลค่าเงินลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 1,350 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 6-7 ปี

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในอนาคต ตั้งเป้าเปิด 1-2 โครงการต่อปี ในขนาดจำนวนห้องที่ใกล้เคียงกับโครงการแรก นอกจากนี้บริษัทยังมองโอกาสในธุรกิจเช่าอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

ด้านนายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2559 บริษัทมียอดรับรู้รายได้รวมลดลงจากปี 2558 ที่มีรายได้ 1,500 ล้านบาท เหลือเพียง 1,246 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 883 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ที่มีรายได้ 1,250 ล้านบาท และรายได้จากส่วนอื่นๆ เช่น รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ขายของศูนย์การค้าสัมมากรเพียวเพลส อีก 364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้ 250 ล้านบาท

จากตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว ส่งผลให้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวตามไปด้วย แต่ในส่วนของธุรกิจเพื่อเช่ายังคงสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากบริษัทมีการรีแบรนด์ศูนย์การค้าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายสู่คนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น พบว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตด้านกำไรในกลุ่มธุรกิจเช่าที่ประมาณกว่า 10%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ