ศูนย์ข้อมูลเผยดัชนีราคาบ้านปรับขึ้นทุกเซกเมนต์ห้องชุดมากสุด 5.5%

102

ศูนย์ข้อมูลเผยผลสำรวจดัชนีราคาบ้านไตรมาส 4/2559 พบ ราคาห้องชุดปรับขึ้น 5.5% ราคา 80,000-120,000 บาท/ตร.ม.ปรับขึ้นสูงสุด 6% ขณะที่สุขุมวิทตอนต้นปรับขึ้นมากสุด รองลงมาเขตวัฒนา ส่วนบ้านเดียวดัชนีราคาปรับขึ้น 1.8% ทาวน์เฮาส์ 2.5%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดทำดัชนีราคาห้องชุดรายไตรมาส สำรวจพื้นที่กรุงเทพฯและเขตปริมณฑล 2 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี และสมุทรปราการ และดัชนีราคาบ้านแนวราบ(บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์)รายไตรมาส สำรวจครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและเขตปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

จากผลสำรวจพบว่า ดัชนีราคาห้องชุดรวมทุกระดับราคา ในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 2 จังหวัด นนทบุรีและสมุทรปราการ ประจำงวดไตรมาส 4 ปี 2559 มีค่าดัชนีเท่ากับ 124.1 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 117.6 จุด

เมื่อแยกพิจารณาแต่ละช่วงระดับราคา พบว่า ห้องชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 50,000 บาท/ตารางเมตร มีค่าดัชนีเท่ากับ 118.1 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 114.6 จุด ขณะที่ห้องชุดที่มีระดับราคา 50,001-80,000 บาท/ตารางเมตร มีค่าดัชนีเท่ากับ 125.7 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 120.7 จุด

ห้องชุดที่มีระดับราคา 80,001-120,000 บาท/ตารางเมตร มีค่าดัชนีเท่ากับ 129.5 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 122.2 จุด ส่วนห้องชุดที่มีระดับราคามากกว่า 120,000 บาท/ตารางเมตร มีค่าดัชนีเท่ากับ 120.3 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 113.8 จุด

พื้นที่ซึ่งราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นมาก 5 ลำดับแรก ได้แก่ พื้นที่สุขุมวิทตอนต้น (เขตวัฒนา เฉพาะแขวงคลองเตยเหนือ คลองตันเหนือ และเขตคลองเตย เฉพาะแขวงคลองเตย แขวงคลองตัน) พื้นที่เขตพญาไท-เขตราชเทวี พื้นที่จังหวัดนนทบุรี พื้นที่สุขุมวิทตอนกลาง (เขตวัฒนา เฉพาะแขวงพระโขนงเหนือ และเขตคลองเตย เฉพาะแขวงพระโขนง) และพื้นที่เขตห้วยขวาง-เขตจตุจักร-เขตดินแดง

สำหรับดัชนีราคาบ้านแนวราบ พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ประจำงวดไตรมาส 4 ปี 2559 มีค่าดัชนีเท่ากับ 116.2 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 113.8 จุด โดยสามารถจำแนกรายละเอียดดัชนีราคาที่อยู่อาศัยแนวราบตามพื้นที่ได้ดังนี้

พื้นที่เขตกรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 116.3 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 114.1 จุด ส่วนพื้นที่เขตปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีค่าดัชนีเท่ากับ 116.2 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 113.6 จุด

ทั้งนี้ หากพิจารณา ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยแนวราบในแต่ละประเภท คือ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ จะพบการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคา ได้แก่ 1. ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 3 จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ประจำงวดไตรมาส 4 ปี 2559 มีค่าดัชนีเท่ากับ 114.5 จุดหรือมีอัตราปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 112.5 จุด

โดยสามารถจำแนกรายละเอียดดัชนีราคาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวตามพื้นที่ได้แก่ พื้นที่เขตกรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 114.6 จุด หรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 112.2 จุด, พื้นที่เขตปริมณฑล 3 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) มีค่าดัชนีเท่ากับ 114.5 จุดหรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 112.7 จุด

ส่วนดัชนีราคาทาวน์เฮาส์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล 3 จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ประจำงวดไตรมาส 4 ปี 2559 มีค่าดัชนีเท่ากับ 118.0 จุดหรือมีอัตราปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 115.1 จุด หากแยกดัชนีราคาทาวเฮาส์ตามพื้นที่ได้ ได้แก่ เขตกรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 117.9 จุดหรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 115.8 จุด เขตปริมณฑล 3 จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีค่าดัชนีเท่ากับ 118.3 จุดหรือมีอัตราการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 114.6 จุด

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการปรับลดเหลือ 51.9

นอกจากนี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ยังได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำไตรมาส 4 ปี 2559 จากผู้ประกอบการตอบแบบสอบถามจำนวน 168 บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 32 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 136 บริษัท พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน มีค่าเท่ากับ 51.9 จุด ซึ่งยังคงมีค่าที่สูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) แต่ปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 3/2559) ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 53.8 จุด

ทั้งนี้ ในภาพรวมผู้ประกอบการมีค่าความเชื่อมั่นในระดับที่ใกล้เคียงค่าดัชนีของไตรมาสก่อนหน้าในหลายด้าน แต่มีค่าดัชนีต่ำลงเล็กน้อย ประกอบด้วย ด้านผลประกอบการ ด้านการลงทุน การจ้างงาน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการเปิดโครงการใหม่ แต่ดัชนีความเชื่อมั่นด้านยอดขายมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทั้งนี้คงเป็นผลจากการที่มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองของรัฐบาลได้สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากลุ่มกลุ่มผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 60.2 จุด ซึ่งยังคงสูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) มากพอสมควร แต่ก็ได้มีการปรับลดลง 1.8 จุดจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 62.0 จุด ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายกลางและรายย่อย ก็มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันลดลงในทิศทางเดียวกัน โดยลดลงเหลือเท่ากับ 43.6 จุด ซึ่งเป็นค่าดัชนีไม่ต่ำมากนักว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) โดยลดลงไป 2.1 จุดจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 45.7 จุด

การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นของทั้งสองกลุ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการลดลงจากช่วงต้นปี 2559 แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและต้นทุนการประกอบการที่เพิ่มขึ้น และมีความเชื่อมั่นเรื่องการจ้างงานที่ไม่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นเรื่องยอดขายที่สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาถึง 5.1 จุด และความเชื่อมั่นด้านยอดขายและด้านการเปิดโครงการใหม่ที่ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่มีความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการจ้างงานที่ลดลงพอสมควร

สำหรับดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า ประจำไตรมาส4/2559 มีค่าเท่ากับ 59.6 จุด ซึ่งปรับลดลงจากไตรมาส 3/2559 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 64.7 จุด อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันข้างต้น ก็อาจกล่าวได้ว่า ในภาพรวมผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้สะท้อนมุมมองที่มีความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีความคาดหวังในเชิงบวกในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านต้นทุนการประกอบการ

หากพิจารณากลุ่มผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 62.5 จุด ซึ่งปรับลดลงมากจากระดับ 69.6 ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 56.7 จุด ซึ่งปรับลดลงจากระดับ 59.8 จุด ในไตรมาสที่แล้ว สะท้อนว่าผู้ประกอบการซึ่งทั้ง 2 กลุ่มมีความคาดหวังที่ดีต่ออนาคต แต่ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ทั้งนี้ทั้ง 2 กลุ่มมีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าที่สูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) มากพอสมควร

หากเปรียบเทียบค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า กับ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันข้างต้น ก็อาจกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง 2 กลุ่มได้สะท้อนมุมมองที่มีความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีความคาดหวังในเชิงบวกในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านต้นทุนการประกอบการ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์