รายใหญ่แห่ลงทุนอสังหาฯสร้างรายได้ประจำ จัดพอร์ต”สมดุล”หนีที่ดินแพง-ตลาดแข่งขันสูงหวังโตระยะยาว

127

อสังหาฯปีระกาไม่ง่าย ราคาที่ดินแพง-การแข่งขันสูง ตัวการบีบบิ๊กแบรนด์งัดกลยุทธ์หาช่องเพิ่มพอร์ตรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อความอยู่รอดองค์กรในระยะยาว “พฤกษาฯ” แตกไลน์ธุรกิจโรงพยาบาลหลังพบสถิติโตเฉลี่ย 8.7% ติดต่อกัน 13 ปีรวด สูงกว่าจีดีพีประเทศไทย “เพอร์เฟค-สิงห์ เอสเตท” ออกตัวแรงตั้งเป้าพอร์ตค่าเช่า 30-50% ของรายได้รวม “อนันดาฯ” ชิมลางเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เตรียมเปิดบริการไตรมาส 1/60 แบเบอร์สนใจลงทุนโรงแรม สัดส่วนรายได้ 5-15% ก็พอใจแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทรนด์การปรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการรายใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ริเริ่มเมื่อ 2-3 ปีก่อน เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากที่สุดในปีนี้ หลักใหญ่อยู่ที่การหันมาเพิ่มพอร์ตรายได้จากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำได้สม่ำเสมอ หรือ Recurring Income มากขึ้น ภาพที่ชัดเจนดูได้จากค่ายพฤกษา เรียลเอสเตทที่ใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาเบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ วงเงิน 200 ล้านบาท ทำแผน 3 ปี หนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะทำให้องค์กรเติบโตยั่งยืนคือต้องเพิ่มรายได้รีเคอร์ริ่งอินคัมนั่นเอง

พฤกษาฯลงทุน”รพ.วิมุตติ”

นายทองมาวิจิตรพงศ์พันธุ์ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่พฤกษาฯแตกไลน์ลงทุนธุรกิจโรงพยาบาล เพิ่มเติมรายได้รีเคอร์ริ่งฯเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจที่อยู่อาศัย โดยตั้งเป้าพอร์ตอสังหาฯให้เช่ามีสัดส่วนตั้งแต่ 5-15% ของเป้าหมายรายได้ 1 แสนล้านบาทที่ขยับเป้าทำให้ได้ภายในปี 2563

ส่วนเหตุผลที่เลือกลงทุนโรงพยาบาลเพราะสถิติการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 8.7% ในช่วงย้อนหลัง 13 ปี (2547-2559) จากมูลค่าตลาดรวม 243,000 ล้านบาทมาเป็น 658,000 ล้านบาทในปีที่แล้ว นับเป็นอัตราเติบโตสูงกว่าจีดีพีประเทศ

พฤกษาฯให้ความสำคัญกับธุรกิจโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรยกระดับเป็น 1 ใน 3 กลุ่มธุรกิจเทียบเท่ากลุ่มพฤกษาแวลู และกลุ่มพฤกษาพรีเมี่ยม แผนแม่บทเกลี่ยการลงทุน 3 ปี ตกปีละ 1,500 ล้านบาท หรือเท่ากับ 4,500-4,900 ล้านบาทในการเริ่มต้น มีขนาด 250 เตียง จับกลุ่มลูกค้าคนไข้ระดับกลาง การเดินทางมาใช้บริการสะดวกได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์

เพอร์เฟคดันพอร์ต 30%

นายชายนิด อรรณญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพอร์เฟคมีการควบรวมกิจการกับกลุ่มแกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในปีที่แล้ว หลังจากนี้จะใช้กลยุทธ์ลงทุนธุรกิจโรงแรมมากขึ้น ปัจจุบันมีห้องพักรวมกันประมาณ 1,000 ห้อง เป้าหมายภายใน 4 ปีต้องการลงทุนเพิ่มเป็น 3,000 ห้อง เมื่อรวมกับธุรกิจรีเทลและบริการอื่น ๆ ตั้งเป้าให้มีสัดส่วนรายได้ประจำต่อเนื่องเพิ่มจาก 10% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาทในปีนี้ เป็น 30% ใน 4 ปีหน้าที่คาดว่ารายได้รวมบริษัทอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งมาจากภาวะราคาที่ดินแพง เป็นตัวจุดประกายการแข่งขันสูงในวงการพัฒนาที่ดิน การหาซื้อที่ดินก็ยากลำบากขึ้น ยิ่งมีกรณีกลุ่มเซ็นทรัลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษ 25 ไร่ ตกตารางวาละ 2.2 ล้านบาท ทำให้ราคาขยับยกแผง การแข่งขันในทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า จึงวิเคราะห์ได้ว่าต่อไปนี้ต้นทุนที่ดินในรัศมี 500 เมตรอยู่ที่ 2 ล้านบาทโดยประมาณ

“ผมว่ารายใหญ่หาทางทำธุรกิจเกี่ยวเนื่อง มีรายได้รีเคอร์ริ่งอินคัมเข้ามาเติม เป็นภาพที่จะเห็นความชัดเจน ลดการแข่งขันลง อย่างกลุ่มทีซีซี (เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี) ก็ไปทำโรงงาน ออฟฟิศก็อาจจะเยอะสุด 2 ล้าน ตร.ม. กลุ่มเซ็นทรัลก็มีพื้นที่ค้าปลีก 2 ล้าน ตร.ม. ฯลฯ นั่นคือรายใหญ่ต้องหาจุดแข็งของตัวเอง”

อนันดาฯผุดอพาร์ตเมนต์หรู

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ประจำจากค่าเช่าและอื่น ๆ ของบริษัทตั้งเป้าภายในปี 2563 มีสัดส่วน 5-10% ของรายได้รวม หลังโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่บริษัทเช่าที่ดินบนถนนรัชดาภิเษก ขนาด 3 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา จำนวน 450 ห้องพัก มูลค่าลงทุน 1.35 พันล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 1/60

แผนในอนาคตอนันดาฯสนใจลงทุนเพิ่มเติมปีละ 1-2 โครงการ โดยมีจำนวนห้องใกล้เคียงกับโครงการแรก รวมถึงศึกษาโอกาสลงทุนโรงแรมอีกด้วย

“ในอนาคตเราจะเพิ่มพอร์ตเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มากขึ้น แม้ช่วงแรกมีสัดส่วนการลงทุนไม่มากนักเพราะต้องการทดลองวางระบบต่าง ๆ ไปก่อน เช่น ระบบงานก่อสร้าง การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต หลังจากทุกอย่างลงตัวในปี”63 เป็นต้นไป เราอาจมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้มีรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น” นายชานนท์กล่าว

สิงห์ฯมุ่งรายได้ประจำ 50%

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โมเดลธุรกิจวางแผนยาวไปถึงปี 2563 ตั้งเป้ารายได้ 20,000 ล้านบาท กำหนดสัดส่วนรายได้อสังหาฯขายขาดกับอสังหาฯให้เช่าทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมอย่างละ 50/50 มีทั้งการซื้อกิจการและสร้างใหม่

ปัจจุบันสิงห์ฯลงทุนที่พักอาศัย 4 โครงการ บริษัทลูกเนอร์วานา 14 โครงการ โรงแรม 2 แห่งในประเทศไทย กับ 29 ในสหราชอาณาจักร มีอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก 2 โครงการ สัดส่วนรายได้ ณ 9 เดือนแรกของปี 2559 แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 32% โรงแรม 43% เชิงพาณิชย์ (สำนักงานให้เช่า) 25% ในอนาคตสนใจเข้าไปลงทุนธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ เพราะมองว่าจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์