ขุมทรัพย์บ้านมือสองในจังหวัดนครปฐม

224

บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นนับว่าเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอันดับต้นๆก็ว่าได้ การที่จะหาบ้านหรือที่อยู่อาศัยสักหลังเพื่อมาเป็นที่อยู่อาศัย หากพิจารณาจากราคาแล้วก็จะมีความสูงต่ำแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดหรือประเภทของที่อยู่อาศัยนั้นๆ สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเราควรจะหาที่อยู่อาศัยประเภทใดก็อาจเรียกได้ว่าหนีไม่พ้นเรื่องของการเงิน เพราะเรื่องของการเงินหรือราคานั้นเป็นตัวกำหนดเลยว่าเราควรจะเลือกที่อยู่อาศัยอย่างไร ซึ่งเมื่อพิจารณาจากราคาของบ้าน ทาว์นโฮม คอนโด ที่กำลังผุดขึ้นมามากมายในจังหวัดนครปฐมก็อาจจะเรียกได้ว่าราคาในแต่ละโครงการก็ไม่ใช่น้อยๆ บางโครงการเริ่มต้นที่เฉียดๆล้าน หรือบางโครงการก็มีราคาสูงเกินล้านขึ้นไปตามแต่สภาพที่ตั้งหรือทำเล และรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ซึ่งเมื่อเรามองย้อนกลับมาดูเงินในกระเป๋าบางครั้งเราอาจจะเกิดอาการท้อใจว่าการมีบ้านสักหลังมันช่างดูไกลเกินความจริงซะเหลือเกิน โดยบางครั้งหลายๆคนก็คงอาจจะมองเลยผ่านความจริงที่ว่า ตัวเลือกเหล่านั้นไม่ใช่ตัวเลือกสุดท้ายที่จะมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยสักหลัง แต่ยังคงมี “บ้านมือสอง” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยซึ่งสามารถตอบโจทก์ในเรื่องของราคาที่ไม่สูงจนเกินไปได้

ข้อดีของบ้านมือสองในจังหวัดนครปฐม

หลักๆที่เป็นข้อดีของบ้านมือสองคงหนีไม่พ้นในเรื่องของราคา เนื่องจากบ้านมือสองนั้นมีอยู่ในทุกๆพื้นที่ในจังหวัดนครปฐม บ้านมือสองนี้ส่วนมากจะผ่านการอยู่อาศัยมาแล้วซึ่งจะมีระบบสาธารณูปโภคที่พร้อมใช้งานและที่สำคัญคือเราไม่ต้องไปวุ่นวายในการจัดการเรื่องระบบหรือการขอใช้สาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งการคมนาคมก็อยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้งานได้จริง ราคาของบ้านมือสองที่มีราคาต่ำกว่าบ้านใหม่ เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากผู้ขายอาจจะไม่ทราบราคาตามท้องตลาด หรืออาจจะมีความจำเป็นหลายๆอย่างที่จะต้องรีบขาย เช่น บ้านกำลังจะหลุดจำนองหรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาบ้านมือสองมีราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับบ้านใหม่

เตรียมพร้อมก่อนเลือกซื้อบ้านมือสองในนครปฐม

ในการจะซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยแต่ละครั้งนั้น ถือเป็น การลงทุนก้อนใหญ่ในระยะยาว ดังนั้น เราควรต้องศึกษาให้มาก และหากมีการเตรียมตัวมาดี ย่อมหมายถึงอนาคตที่มั่นคง ความพร้อมหลักๆในการเตรียมการนั้นมีทั้งสิ้น 3 ข้อ ได้แก่

1. ความพร้อมด้านสุขภาพทางการเงิน แหล่งเงินทุนในการซื้อบ้านยอดนิยมก็คือ ธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งใจดีเปิดโอกาสและพื้นในการให้คำปรึกษาและหาทางออกให้กับคนอยากมีบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน สถาบันทางการเงินก็ต้องประกันความเสี่ยงให้องค์กรของตนเอง ด้วยการพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ของผู้กู้หลายข้อประกอบกัน
กำลังในการกู้ยืม
ในการพิจารณาให้กู้ของสถาบันการเงินจะพิจารณาจากหลายๆ ข้อร่วมกัน เรียกว่าการ “วิเคราะห์ลูกหนี้” ประกอบไปด้วยคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ซื้อ เช่น อายุ, สถานภาพสมรส, การศึกษา, รายได้สุทธิ, อายุงาน และอาชีพ โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถผ่อนได้ถึง 35 ปี หรือจนกว่าผู้กู้จะอายุ 65 ปี โดยจะพิจารณาภาระหนี้อื่นๆ เช่น หนี้รถยนต์ หนี้บัตรเครดิต ประกอบด้วย วงเงินที่อนุมัติจะแปรผันตามปัจจัยเหล่านี้ คือยิ่งมีหนี้มาก วงเงินที่อนุมัติจะยิ่งน้อยลง
กำลังสูงสุดของการกู้
เมื่อกู้แล้วจะได้วงเงินสูงสุดเท่าไหร่ สามารถพิจารณาเบื้องต้นด้วยตนเองได้จากลักษณะที่อยู่อาศัยที่กำลังวางแผนจะซื้อ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนธนาคารแล้วจะเรียกว่า “หลักทรัพย์ค้ำประกัน” แบ่งออกเป็น บ้านมือสองแนวราบ (คือบ้านที่ตั้งอยู่ครอบครัวเดียว ไม่มีเพื่อนบ้านอาศัยอยู่ชั้นบนและชั้นล่าง) เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ สามารถกู้ได้ 85% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ คอนโดมิเนียม สามารถกู้ได้ 70% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ที่ดินเปล่า สามารถกู้ได้ 60% ของราคาประเมินหลักทรัพย์

2. ลงนามทำสัญญา เมื่อเลือกบ้านมือสองจนพอใจ ได้บ้านที่ใช่ในราคาที่ชอบ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการขอเป็นเจ้าของด้วยการจ่ายเงินซื้อขาย ซึ่งขั้นตอนนี้สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการมีเงินจ่าย คือการได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง เพราะกฎหมายถือว่าเอกสารนี้เท่านั้นคือสิ่งที่จะยืนยันได้ว่าได้เป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านนี้แล้ว ดังนั้นขั้นตอนนี้ต้องการความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ต้องสังเกตในเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก่อนจะเซ็นสัญญาคือ สลักหลัง ซึ่งจะอยู่ในแผ่นสุดท้ายของโฉนดที่ดิน เพื่อดูว่าผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ของที่ดินแปลงนั้นนั้นคือใคร และควรจะขอดูใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารด้วย เพราะรายชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์คือคนที่เป็น “คู่สัญญา” เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ขายที่ดินแปลงนี้
ในการลงนามก่อนการโอน พึงระวังทุกครั้งก่อนจรดปากกาเซ็นอะไรก็ตามในเอกสารที่อยู่ในหัวข้อ “สัญญา” ตามปกติแล้ว การซื้อบ้านจะไม่มีการเซ็นอะไรทั้งสิ้นโดยไม่มีเหตุจำเป็นก่อนการโอน นอกจาก สัญญาจองซื้อ และสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งสัญญาทั้ง 2 มีลักษณะ และทำหน้าที่ดังนี้
สัญญาจองซื้อ คือสัญญาที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงเจตนาเบื้องต้นของผู้ซื้อว่ามีความต้องการจะซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์หลังนี้ ตามราคาและเงื่อนไขที่เจ้าของบ้านกำหนด โดยมีการจ่ายเงินจองจำนวนหนึ่งไว้แล้ว พร้อมนัดวันทำสัญญาจะซื้อจะขายอย่างชัดเจน
สัญญาจะซื้อจะขาย คือสัญญาฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะสมบูรณ์เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายเซ็นสัญญาฉบับนี้ในวันนัดตามสัญญาจองซื้อ เอกสารฉบับนี้ต้องระบุเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วนทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน มิเตอร์ไฟฟ้า และมิเตอร์น้ำประปา เอกสารฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเอกสารที่ผู้ซื้อจะต้องนำไปยื่นขอกู้กับสถาบันการเงิน

3. โอนกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านโดยสมบูรณ์ ขั้นตอนนี้ต้องเกิดขึ้น ณ กรมที่ดินเท่านั้น ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะเคยมีคดีที่ผู้ซื้อถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพให้จ่ายเงินและโอนนอกกรมที่ดินและถูกเชิดเงินหนีไป ผู้ซื้อเสียทั้งเงินและที่ดินในเวลาเดียวกัน การโอนกรรมสิทธิ์ต้องเตรียมตัวดังนี้ ·
-นัดหมายธนาคารผู้ปล่อยกู้ของผู้ซื้อ หากที่ดินติดจำนองอยู่ ต้องนัดธนาคารผู้ครอบครองโฉนดที่ดินของผู้ขายด้วย
-เช็คเงินสดพร้อมระบุชื่อผู้รับเงิน จำนวนเงินตามที่เหลืออยู่ในสัญญาที่จะซื้อขาย
-เงินสดหรือเช็คเงินสด ค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจดจำนอง, ค่าธรรมเนียมการโอน, ค่าอากรแสตมป์
-ลงนามในสัญญาซื้อขาย ณ กรมที่ดิน
-รับโฉนดที่ดิน และหนังสือสัญญาซื้อขายของกรมที่ดิน

เหล่านี้ล้วนเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นในการจับจองเป็นเจ้าของบ้านมือสองในจังหวัดนครปฐม ฉะนั้นในการจะมีบ้านสักหลังในการอยู่อาศัยจึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินไปอีกต่อไป เมื่อเราลองเปิดใจมองอย่างรอบด้านก็จะเห็นว่า ยังมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยอีกมากมายที่น่าสนใจในจังหวัดนครปฐมที่กำลังรอเจ้าของคนใหม่อยู่นะครับ

อสังหาฯ นครปฐม